| |
แฉขาโจ๋ฮิตเข้าเว็บไซต์บันเทิงเป็นอันดับหนึ่ง
|
 นักวิชาการด้านไอทีเผยเวบไซต์ทั่วโลกมีกว่า 4,000 เวบไซต์ ขณะที่เนคเทคสำรวจพบเด็กไทยนิยม เข้าเวบไซต์บันเทิงมากเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนด้านการศึกษามีผู้เข้าไปใช้เป็นอันดับ 10
ชี้วิธีตามปิดเว็บเถื่อนแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แนะทางออกสอนเด็กให้รู้จักคิดแยกแยะและเลือกรับสื่อ จวกสถานศึกษาไม่เคยสอนเด็กรู้จักเลือกรับสื่อ จี้ครูเป็นตัวอย่างใช้อินเตอร์เน็ตอย่างถูกต้อง เลิกเข้าห้องสนทนาแค่หวังคุยกับเพื่อนต่างเพศ ด้านสกว.จัดโครงการชวนเพื่อนท่องเวบ รับสมัครเด็กอายุ 6-18 ปีทีมละ 4 คน เขียนแนะนำเนื้อหาเวบไซต์ที่น่าสนใจ ชิงรางวัลได้สิทธิร่วมกิจกรรมเข้าค่ายที่ม.บูรพา จ.ชลบุรี
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวเปิดตัวโครงการชวนเพื่อนท่องเว็บที่สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย (สกว.)ว่า สังคมไทยจะต้องมุ่งเสริมพลังเยาวชน โดยให้ครอบครัวเป็นผู้แนะนำ การบริโภคเว็บที่เหมาะสม เพราะเวลานี้มีเว็บไซต์เกิดขึ้นมากมาย แม้จะมีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ศธ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติคอยตรวจสอบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม แต่ก็ยังทำได้ไม่ทั่วถึง จะต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน และครอบครัว
"การท่องเว็บไซต์ถือเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ตามอัธยาศัย เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต แต่จะทำอย่างไรให้เด็กไปสู่จุดหมายของความรู้ ไม่หลงแวะข้างทาง ในส่วนของศธ.จะนำโปรแกรมเว็บไซต์ไดเร็กทอรี่ปลาวาฬ ซึ่งเป็นเว็บไซต์แนะนำการเรียนรู้วิเคราะห์และค้นหา เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ แจกจ่ายตามศูนย์การเรียนรู้ โรงเรียนและชุมชน" ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. กล่าว
ด้าน น.ส.ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวในการเสวนาเรื่อง "คลิ๊กอย่างไรให้สร้างสรรค์" ว่า ขณะนี้เว็บไซต์ทั่วโลกมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านเว็บไซต์ และมีเวบไซต์ใหม่ๆเกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งเว็บไซต์มีทั้งที่ดีและไม่ดี อย่างไรก็ตาม สำหรับเวบไซต์ที่ดีจะมีมากกว่าที่ไม่ได้ เพียงแต่เว็บที่ไม่ดี จะเป็นจุดสนใจมากกว่า โดยจากข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค) สำรวจสถิติการเข้าอินเตอร์เน็ตพบว่า เว็บที่นิยมมากเป็นอันดับแรกสัดส่วน 30 % คือเว็บด้านบันเทิง อันดับ 2- 8 เป็นเว็บทั่วไปและเว็บที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่เวบไซต์ต่างๆ ได้และเว็บไซต์ด้านการศึกษาเป็นอันดับ 10 มีคนเข้าชม เพียง 2%
"เด็กไทย 80-90% ไม่ได้รับการสอนให้วิเคราะห์ข้อมูล ส่วนโรงเรียนก็ยอมรับว่าแค่สอนให้เด็ก ค้นหาเว็บไซต์ และเข้าถึง แต่ไม่เคยสอนการพิจารณา ไม่รู้ว่าใครเขียน ใคร สร้าง และมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน ผู้ใหญ่เมื่อหาอินเตอร์เน็ตให้เด็กใช้แล้ว ควรมองด้วยว่า เด็กใช้คุ้มค่ากับจุดมุ่งหมายหรือไม่ สำหรับการตามปิดเว็บไวต์เถื่อน เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ สิ่งสำคัญจะต้องมุ่งพัฒนาเด็กให้รู้จักคิดและเลือกรับสื่อเป็น" ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าว
นอกจากนี้ ครูควรเป็นตัวอย่างในการใช้อินเตอร์เน็ตที่ถูกต้อง ไม่ใช่เข้าห้องสนทนาหาเพื่อนต่างเพศ แต่ครูต้องนำห้องสนทนามาใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างครู และใช้เป็นห้องสอนพบปะนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมามีโรงเรียน 8 แห่งเคยร่วมกันจัดห้องเรียนเครือข่าย แต่ผ่านมาหลายปี ยังไม่มีการขยายเครือข่าย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะต้องให้เด็กเริ่มเรียนเอง คงเป็นไปไม่ได้ แต่ครูจะต้องเป็นคนสร้างบรรยากาศให้เด็กรู้จักคิดไตร่ตรองเป็น
นายสุรชัย นิลแสง สารวัตรอินเตอร์เน็ต กระทรวงไอซีที กล่าวว่า ที่ผ่าน มากระทรวงไอซีทีได้เข้าไปปิดเว็บไซต์เถื่อน ทั่วโลกกว่า 30,000 เว็บไซต์ ซึ่งเวบไซต์กว่าครึ่งเป็นระบบการเปิดรับสมัครสมาชิก ทางกระทรวงไอซีทีจึงได้คิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า เวบไซต์ปลาวาฬ เพื่อป้องกันเว็บไซต์ที่ไม่เเหมาะสม โดยจะแจกฟรีให้กับผู้สนใจ รวมทั้งจะเปิดอบรมยุวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ในโครงการ "อาสาสมัครเยาวชนปก ป้องตนเองจากภัยอินเตอร์เน็ต" ในการใช้อินเตอร์เน็ตที่ถูกต้อง โดยการอบรมรุ่นแรกจะจัดขึ้น ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ มุ่งกลุ่มเป้าหมายจากเด็กๆ จากขบวนการตาสัปปะรด และแกนนำนักเรียน จำนวน 50 คน
นายสุรชัยกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาของเกมส์แรคน่าร็อก ที่จริงปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเกมส์แต่เป็นผู้เล่น จึงน่าจะนำข้อดีของเกมส์มาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ เช่น คัดเลือกนักเล่นเกมส์แรคนาร็อกที่เล่นเกมส์อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ฆ่าใครในเกมส์ มีจิตใจดีรู้จักการแบ่งปันและมอบรางวัลให้เด็กกลุ่มนี้ จะช่วยให้เด็กปรับพฤติกรรมการเล่นเกมส์ได้ ไม่ใช่บังคับให้เลิกเล่น เพราะยิ่งห้ามยิ่งเกิดปัญหา ซึ่งเด็กบางคนอาจหนีออกจากบ้าน
นายปรเมศวร์ มินศิริ นักวิชาโครงการ ชวนเพื่อนท่องเว็บ กล่าวว่า เด็กไทยสนใจเริ่มเล่นเว็บไซต์ครั้งแรกอายุ 6 ขวบ ขณะที่เนื้อหาในอินเตอร์เน็ตไม่มีการกลั่นกรองจากบรรณาธิการ และเด็กไม่สามารถแยกแยะเนื้อหาได้ ทางสกว.จึงจัด ตั้งโครงการชวนเพื่อนท่องเว็บ ซึ่งเปิดรับสมัครเด็กอายุ 6-18 ปี ผ่านทาง www.PLAWAN.com และตั้งทีมไม่เกิน 4 คน ร่วมกับเพื่อนและพ่อแม่ ผู้ปกครอง
"กิจกรรมโครงการฯจะให้แต่ละทีมร่วมกันแนะนำเว็บไซต์ที่น่าสนใจและเขียนวิเคราะห์เนื้อหาของเว็บไซต์ เพื่อให้เด็กรู้จักแยกแยะเว็บที่ดี และไม่ดี และกลุ่มที่ส่งแนะนำเว็บไซด์และวิเคราะห์ได้เหมาะสมมากสุด 25 กลุ่มจะได้ร่วมกิจกรรมเข้าค่ายที่มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี อย่างไรก็ตาม อยากให้พ่อแม่ร่วมเล่นอินเตอร์เน็ตกับลูกเหมือนที่ดูหนังร่วมกัน รวมถึงสังคมต้องช่วยดูแลอินเตอร์เน็ตให้ดี ไม่ให้ปรับรูปแบบเน้นไปในด้านบันเทิงเหมือนอย่างรายการโทรทัศน์" นายปรเมศวร์ กล่าว
ข่าวจาก นสพ. คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 26 ก.พ. 2547
|
|
 |
|
|
|
 |
|